ฟินน์เซาว์น่า (FINNSAUNA)

     เริ่มต้นขอแนะนำให้รู้จักโลกของฟินน์เซาว์น่าจากต้นตำรับประเทศฟินแลนด์ ในเบื้องต้นดังนี้

เซาว์น่า (Sauna)

     เซาว์น่าเป็นคำในภาษาฟินนิชของชาวฟินแลนด์ หมายถึงห้องที่ใช้ไม้มาประกอบกัน และทำความร้อนภายในห้อง โดยเตาชนิดพิเศษที่มีหินเป็นตัวกระจายความร้อน ซึ่งเมื่อประกอบกันแล้วจะก่อให้เกิดบรรยากาศพิเศษโดยเฉพาะ ของการอาบเซาว์น่าด้วยความร้อนแห้ง

     วัตถุประสงค์ขั้นต้นของเซาว์น่าคือ ใช้อบเพื่อให้เหงื่อออก เป็นการทำความสะอาดผิวหนังและร่างกาย
นอกจากนี้การอาบเซาว์น่ายังสามารถช่วยขับสิ่งสกปรกที่อุดอยู่ตามรูขุมขนให้ออกมา ทำให้ผู้อาบรู้สึกสะอาด
สดชื่น กว่าการอาบน้ำธรรมดา
เมื่อผู้อาบเพิ่มอุณหภูมิของเซาว์น่าขึ้น อุณหภูมิและการหมุนเวียนของโลหิตในร่างกายก็จะเร็วขึ้นด้วย
เสมือนหนึ่งผู้อาบเซาว์น่ากำลังออกกายบริหาร โดยไม่ต้องเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อ ซึ่งช่วยให้ผ่อนคลายความปวดเมื่อยของ
ร่ายกายได้ เป็นผลให้ร่างกายได้รับการกระตุ้นให้สดชื่น อารมณ์จะแจ่มใสและเป็นการพักผ่อนในตัว
บรรยากาศข้างต้นทั้งหมดเป็นส่วนประกอบของการอาบเซาว์น่า ถ้าขาดส่วนหนึ่งส่วนใดไปจะไม่ถือว่าเป็นการอาบเซาว์น่า
แต่จะกลายเป็นความร้อนที่ทารุณแทนบรรยากาศที่สนุกสนานของเซาว์น่า

พิธีการของเซาว์น่า

มีความเห็นมากมายเกี่ยวกับแบบพิธีการของเซาว์น่าแม้ในหมู่ชาวฟินแลนด์ด้วยกัน ซึ่งถือเป็นต้นแบบ
ของเซาว์น่าก็ตาม จุดเด่นที่น่าสนใจแม้ว่าเซาว์น่าจะเป็นเรื่องธรรมดาของชาวฟินน์ก็คือแต่ละคนจะมีทฤษฎี, ความเชื่อ
และประเพณีการอาบเซาว์น่าของตัวเอง
วิธีการอาบเซาว์น่าโดยทั่วไปประกอบไปด้วยการนั่งอบเพื่อให้เหงื่อออกในความร้อนแห้ง, การพรมน้ำ
ลงบนหินโดยให้ระเหยเป็นไออย่างรวดเร็ว และการอาบน้ำเย็น แม้ว่าแต่ละคนจะใช้เทคนิคของตนเองเป็นหลัก แต่ในที่สุด
ก็ได้แนวทางโดยทั่วไปเหมือนกันดังกล่าว

การให้เหงื่อออก

ดังได้กล่าวมาแล้วถึงวัตถุประสงค์ขั้นต้นของการอาบเซาว์น่าเพื่อให้เหงื่อออกอันเป็นผลดีอย่างมาก
ต่อสุขภาพของผู้อาบเซาว์น่า ในห้องเซาว์น่านั้นเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น เหงื่อจะออกเร็วขึ้น เช่น ในอุณหภูมิ 92°C (198°F)
เหงื่อจะออกมากกว่า 3-4 เท่าตัว ของอุณหภูมิ 45°C (113°F)
โดยปกติท่านอนเป็นท่าที่เหมาะสมกว่าท่านั่งในการอาบเซาว์น่า เพราะว่าอุณหภูมิจะสูงกว่าประมาณ
10°C (18°F) ต่อทุก ๆ 300 mm. (1 ฟุต) เหนือระดับพื้นห้อง ดังนั้นท่านอนจะทำให้ความร้อนแผ่กระจายโดย
สม่ำเสมอทั่วตัวผู้อาบเซาว์น่า ท่านั่งนั้นจะทำให้ส่วนศีรษะได้รับความร้อนมากกว่าส่วนเท้า ซึ่งในทางกลับกันผู้อาบเซาว์น่า
มีความต้องการให้ส่วนเท้าได้รับความร้อนมากกว่า  ดังนั้นท่านอนบางครั้งสามารถยกเท้าให้สูงขึ้นยันฝาผนังได้จะทำให้ได้
รับความร้อนมากกว่าส่วนศีรษะตามต้องการ
บางกรณีผู้อาบเซาว์น่าอาจต้องการอุณหภูมิที่สูงกว่า ก็สามารถจะเปลี่ยนตำแหน่งจากม้านั่งยาว
ระดับล่างไปใช้ม้านั่งยาวระดับบนในห้องเซาว์น่าได้ ซึ่งอุณหภูมิจะสูงกว่าดังกล่าวมาแล้ว
ศิลปะประการหนึ่งคือ การพรมน้ำลงบนหินในเตาเซาว์น่า ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มความชื้น,
เพิ่มอุณหภูมิแล้ว ยังเป็นความเพลิดเพลินที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  ในกรณีที่อาบเซาว์น่าจนเพียงพอแล้ว ก่อนจะเสร็จ
การอาบอาจพรมน้ำเพิ่มเพื่อเร่งอุณหภูมิให้สูงมาก ๆ ซึ่งจะเป็นเสมือนเมฆร้อนห่อหุ้มตัวคนอาบได้อย่างวิเศษ

อุณหภูมิ

อุณหภูมิที่เหมาะสมอย่างน้อยควรอยู่ที่ระดับ 70°C (158°F) ในระดับศีรษะของผู้อาบเซาว์น่า
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เป็นระดับ 70°C – 100°C (167°F – 212°F)  อุณหภูมิเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และน่าสนใจ
ต่อการอาบเซาว์น่า ดังนั้นเทอร์โมมิเตอร์จึงเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญในห้องเซาว์น่า ตำแหน่งที่เหมาะสมในการแขวนเทอร์โมมิเตอร์คือ
ระดับศีรษะของผู้อาบเซาว์น่า หรือประมาณ 400 mm. (18”) นับจากเพดานห้องเซาว์น่า
เทอร์โมมิเตอร์ที่ใช้กับห้องเซาว์น่ามีหลายแบบ ถ้าใช้เทอร์โมมิเตอร์ชนิดธรรมดาต้องเป็นชนิดใช้
แอลกอฮอล์ ยกเว้นเทอร์โมมิเตอร์แบบใช้สารปรอทไม่ควรใช้ในห้องเซาว์น่า เพราะกรณีเกิดการรั่ว หรืออุบัติเหตุ
ไอปรอทจะทำลายฝาผนัง, ม้านั่ง หรืออื่น ๆ ของตัวห้องเซาว์น่าโดยไม่สามารถแก้ไขได้

ความชื้น

ความชื้นในห้องเซาว์น่าจะสูงขึ้นเมื่อมีการพรมน้ำลงบนหินในเตาและช่วยให้อุณหภูมิสูงขึ้น
ถ้าอุณหภูมิลดต่ำกว่า 75°C (167°F)  อากาศในห้องเซาว์น่าต้องขึ้นมากจึงจะทำให้รู้สึกร้อนพอซึ่งก็จะเข้มข้นเกินไป
ต่อระบบทางเดินหายใจของผู้อาบเซาว์น่า ดังนั้นอุณหภูมิขั้นต่ำต้องอยู่ระหว่าง 70°C – 80°C  กรณีกลับกันถ้าอากาศ
แห้งเกินไปจะมีผลกระทบต่อความชุ่มชื่นของเนื้อเยื่อในจมูกและคอซึ่งจะทำให้การอาบเซาว์น่ากลายเป็นเรื่องไม่น่าสนุกไป
โดยสรุปแล้วเป็นเรื่องสำคัญมากในการทำให้เกิดความชื้นที่เหมาะสมสัมพันธ์กับอุณหภูมิในห้อง
เซาว์น่า ความชื้นที่สมบูรณ์หรือเหมาะสมที่สุดควรอยู่ในอัตราไม่ต่ำกว่า น้ำ 40 กรัม ต่ออากาศ 1 กิโลกรัม
(.04 ปอนด์ของน้ำต่อ 1 ปอนด์อากาศ) และสามารถยืดหยุ่นได้ถึง 40-70 กรัมของน้ำ ต่ออากาศ 1 กิโลกรัม
(.04 - .07 ปอนด์ ของน้ำ ต่อ 1 ปอนด์อากาศ)
ในห้องเซาว์น่าที่มีความชื้นต่ำกว่า 40 กรัม/กิโลกรัม (.04 ปอนด์/ปอนด์) จะก่อให้เกิดกลิ่นของ
ความแห้งแล้ง ถ้ามีความชื้นสูงกว่า 60-70 กรัม/กิโลกรัม (.06 - .07 ปอนด์/ปอนด์) จะก่อให้เกิดกลิ่นของ
ความชื้นแฉะซึ่งเป็นกลิ่นไม่น่าปรารถนาทั้งคู่

ระบบระบายอากาศ

ระบบระบายอากาศในเซาว์น่าเป็นสิ่งสำคัญมาก ทั้งในแง่ของการระบายอากาศเก่าออกไปและให้
อากาศบริสุทธิ์เข้ามาแทนที่ ซึ่งมีผลต่อความรู้สึกปลอดภัยของผู้อาบเซาว์น่า ในห้องเซาว์น่าที่ปิดทึบก๊าซอ๊อกซิเจน
จะถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีผลทำให้การหายใจเป็นไปด้วยความลำบาก เนื่องจากในอากาศร้อนนั้นจะมีอ๊อกซิเจน
ในปริมาณเบาบางกว่าอากาศเย็นนอกห้องเซาว์น่า บางครั้งผู้อาบเซาว์น่าอาจรู้สึกวิงเวียนเนื่องจากขาดอ๊อกซิเจน
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีระบบระบายอากาศที่จะช่วยให้อากาศถ่ายเทได้อย่างสม่ำเสมอ
โดยปกติในการเปิดปิดประตูห้องเซาว์น่าแต่ละครั้งก็มีส่วนถ่ายเทอากาศ แต่เป็นปริมาณจำกัดมาก
ซึ่งไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงมีการออกแบบระบบวาวล์ปรับอากาศ 2 ตัว ติดกับฝาผนังห้องเซาว์น่า วาวล์ตัวแรกเป็นทางให้
อากาศบริสุทธิ์เข้าสู่ห้องเซาว์น่าซึ่งโดยปกติจะติดในระดับต่ำใกล้กับตัวเตาเซาว์น่า อากาศบริสุทธิ์สามารถไหลเข้าสู่
ห้องเซาว์น่าโดยผ่านวาวล์นี้ ซึ่งไม่ควรเป็นจัดที่ติดกับห้องที่มีกลิ่นใด ๆ ก็ตามที่ไม่สะอาด เพราะจะมีผลให้อากาศ
ที่ถ่ายเทเข้ามามีกลิ่นนั้น ๆ ไปด้วย
ปัญหาสำคัญที่ผู้ออกแบบห้องเซาว์น่าต้องพิจารณากันเป็นพิเศษคือ วาวล์ถ่ายเทอากาศออก โดยหลัก
การที่ว่าอากาศร้อนจะลอยขึ้นสูง ดังนั้นดูเหมือนว่าน่าจะติดวาวล์ระบายอากาศออกในตำแหน่งสูงตรงข้ามกับวาวล์ตัวแรก
แต่มีข้อที่ต้องคำนึงซึ่งสัมพันธ์กับระบบระบายอากาศด้วยในที่นี้คือเรื่องความเหมาะสมของความชื้น (LOYLY) และ
อุณหภูมิ จากการทดสอบถ้าติดวาวล์ระบายอากาศในตำแหน่งสูงแล้วจะทำให้เกิดการถ่ายเทความชื้นและอุณหภูมิ
ในรูปทะแยงมุนออกสู่ภายนอกอย่างรวดเร็ว  ดังนั้นตำแหน่งที่ถูกต้องและเป็นหลักยอมรับกันทั่วไป คือ การติดวาวล์
ระบายอากาศออกในกำแพงด้านตรงข้ามกับวาวล์ตัวแรกในตำแหน่งเดียวกันหรือสูงกว่าเล็กน้อย ในระหว่างการอาบ
เซาว์น่าเมื่อผู้อาบพรมน้ำลงบนหินในเตา น้ำจะกลายเป็นไอกระจายอย่างรวดเร็ว พุ่งขึ้นสู่เพดาน เมื่อเป็นจำนวนมากเข้า
ก็จะผลักดันให้อากาศลดระดับลงสู่ด้านล่างและผ่านวาวล์ระบายออกไป สภาพดังกล่าวคล้ายกับระบบผลักดันของลูกสูบ

การพรมน้ำลงบนหินก็มีส่วนสำคัญต่อระบบระบายอากาศดังกล่าว ซึ่งส่วนมากผู้ออกแบบเซาว์น่าและ
ผู้ผลิตเตาเซาว์น่ามักมองข้ามไป การออกแบบเตาเซาว์น่าที่ไม่ได้มาตรฐานในการกระจายน้ำให้เป็นไอระเหยไปเมื่อพรมน้ำ
ลงบนหินในปริมาณที่เหมาะสมสามารถก่อให้เกิดอันตรายในระบบระบายอากาศได้

วัสดุในการผลิตห้องเซาว์น่า

มีอีกหลายคนนอกจากชาวฟินแลนด์ที่พยายามคิดค้น และใช้วัสดุอื่นนอกจากไม้สนฟินแลนด์
(FINNISH FIR) ในการผลิตห้องเซาว์น่า อาทิเช่น สแตนเลส, อลูมิเนียม, ทองแดง, พลาสติกหล่อชนิดต่าง ๆ, ไฟเบอร์
และแม้แต่ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซีเมนต์ แต่ก็ประสบความล้มเหลวทุกราย นับเป็นความพยายามที่ไม่มีประโยชน์เพราะ
อย่างไรก็ตามไม่สามารถจัดว่าห้องหรือตู้ที่ผลิตขึ้นนั้นเป็นห้องเซาว์น่าได้

ผนังห้อง

วัสดุที่นิยมใช้ในการทำผนังห้องเซาว์น่า คือ ไม้สนทั้งชนิด Pine (Pinus Sylvestris) หรือ Spruce
(Picea Abies) จากแถบศูนย์กลางย่านบอลติก (Baltic) ไม้ทั้งสองชนิดดังกล่าวมีคุณสมบัติพิเศษในตัวเองที่เหมาะสม
ในการใช้ทำผนังห้องเซาว์น่า และพบมากที่สุดในป่าไม้เนื้ออ่อนของประเทศฟินแลนด์ ซึ่งอาจไม่ถูกต้องนักในการสรุปว่า
ไม่มีไม้ในประเทศอื่นใดที่เหมาะสมกว่าในการใช้ผลิตเป็นห้องเซาว์น่า
การวิเคราะห์และพิจารณาอย่างละเอียดถึงคุณสมบัติของไม้และตระกูลของไม้ที่จะนำมาใช้ผลิตห้อง
เซาว์น่าจะช่วยป้องกันความผิดพลาดในการเลือกไม่ได้
คุณสมบัติที่เหมาะสมของไม้ที่จะนำมาใช้ทำเป็นห้องเซาว์น่า คือ
- ต้องเป็นไม้ที่ไม่อมความร้อน
- ต้องเป็นไม้ที่ไม่นำความร้อน
- เป็นไม้ที่เติบโตอย่างสม่ำเสมอได้ขนาด
- มีความต้านทานต่อการแตกร้าว และกระเทาะสูง
- ให้ความรู้สึก และกลิ่นพิเศษของไม้สนดังกล่าว
- ไม่มีตาไม้หรือมีก็น้อยมาก
- ไม่มียาง
- มีความทนทาน, อายุการใช้งานนาน
- นอกจากนี้ควรเป็นไม้ที่เก็บเสียง, ไม่มีรอยด่างจากเหงื่อหรือโลหะ

ม้ายาวในเซาว์น่า

ม้ายาวในห้องเซาว์น่าเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ เพราะจะสัมผัสกับร่างกายของผู้อาบเซาว์น่าโดยตรง ดังนั้น
จึงจำเป็นต้องมีการเลือกไม้ที่ถูกต้อง เหมาะสม แม้ว่าคุณสมบัติจะต่างกันกับไม้ที่ใช้ในการทำตัวห้องบ้าง แต่โดยทั่วไป
ควรมีคุณสมบัติ ดังนี้
- ไม่อมความร้อนเลย
- มีขนาดที่เหมาะสม สม่ำเสมอ
- มีความคงทนต่อการแตกร้าว และไม่มีเสี้ยน
- ไม่มียาง
- คงทนมีอายุการใช้งานยาวนาน ไม่เป็นรอยด่างจากเหงื่อ หรือโลหะ

ฝ้า, เพดาน
เพดานของห้องเซาว์น่าควรเป็นไม้ที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

- ไม่เก็บความร้อน
- มีความทนทานต่ออุณหภูมิสูง และเก็บเสียง
- มีความทนทานยากต่อการแตกร้าว
- สวยงาม และไม่มีกลิ่น
- ไม่มียาง
- ควรมีสีสรร หรือลายไม้เข้ากับตัวห้อง

พื้นห้อง

โดยปกติพื้นห้องเซาว์น่าจะถูกปิดบังด้วยม้ายาว, เตา และแผงไม้รองเดิน (DUCKBOARDS) อยู่แล้ว
ดังนั้นพื้นห้องจึงไม่จำเป็นต้องมีการใช้วัสดุพิเศษ แต่ต้องเป็นพื้นที่เตรียมโดยไม่มีกลิ่นรบกวนออกมา เช่น พื้นซีเมนต์,
พื้นที่ปูด้วยหินอ่อน เป็นต้น
แผงไม้รองเดิน (DUCKGOARDS) ควรทำจากไม้ที่ทนทานต่อการผุ, ทนทานต่อการแตกร้าว
แต่ไม่จำเป็นต้องมีคุณสมบัติพิเศษในการไม่เก็บความร้อน เนื่องจากโดยปกติอุณหภูมิที่ระดับพื้นห้องจะไม่สูงนัก
การบำรุงรักษาก็โดยการทำความสะอาดด้วยน้ำเพื่อล้างคราบเหงื่อ, และฝุ่นที่อาจติดอยู่ด้วยน้ำธรรมดา
และผึ่งให้แห้งนอกห้องเซาว์น่า

การเลือกใช้ขนาดห้องเซาว์น่า

ขนาดของห้องเซาว์น่าที่เหมาะสมในการเลือกใช้โดยปกติขึ้นกับ

-เนื้อที่ที่จะติดตั้ง
- วัตถุประสงค์ในการใช้
- เงินทุน
- จำนวนผู้ที่จะใช้ห้องในขณะใดขณะหนึ่ง ซึ่งจะถูกจำกัดโดยขนาดของม้านั่ง
โดยพิจารณาจากความสะดวกสบายเป็นหลัก

หัวใจหลักของเซาว์น่า

ความร้อนที่เหมาะสมเป็นหัวใจสำคัญของห้องเซาว์น่าที่ดี เพราะนอกจากจะมีผลต่อการอาบเซาว์น่า
แล้วยังมีผลต่อส่วนรวมของความสมบูรณ์ของห้องเซาว์น่านั้น ๆ เอง หลักสำคัญของเซาว์น่าดังได้กล่าวมาแล้วไม่ใช่เพียง
เป็นการทำให้อากาศในห้องร้อน แต่เป็นผลจากการสะสมความร้อนในหิน และโครงสร้างของวัสดุอื่น ๆ ในห้องด้วย
ดังนั้นถ้าห้องเซาว์น่าที่มีความร้อนไม่เหมาะสม ผู้อาบเซาว์น่าจะมีการออกเหงื่อที่ไม่พอเหมาะซึ่งผลดีต่อสุขภาพ
ดังที่ต้องการจะได้ผลเป็นส่วนน้อย
ในขณะเดียวกันเมื่อความร้อนที่สะสมอยู่ในหินถูกนำไปใช้เพื่อเพิ่มอุณหภูมิในห้อง โดยการพรมน้ำ
หลาย ๆ ครั้ง จะไม่มีความร้อนเหลือพอจะไล่ความชื้นหลังการใช้ห้องเซาว์น่า ทำให้ห้องเซาว์น่ามีโอกาสผุได้ ซึ่งเป็น
ความแตกต่างที่สำคัญของห้องเซาว์น่าที่มีความร้อนที่เหมาะสมสมบูรณ์กับห้องเซาว์น่าที่มีความร้อนไม่สมบูรณ์
เพราะห้องที่สมบูรณ์ความร้อนของหินในเตาหลังการใช้จะไล่ความชื้นในห้องได้จนหมด จะไม่มีการผุของไม้เกิดขึ้นเลย

การเลือกและเข้าใจจุดสำคัญของเซาว์น่า

-ส่วนประกอบของเซาว์น่า
1. ห้อง - ปกติแบ่งเป็น
1.1 เซาว์น่ารุ่นภายในอาคาร (INDOOR SAUNA) แบ่งเป็น
1.1.1 รุ่นซิสุ (SISU)

 

เป็นห้องเซาว์น่าที่ใช้ไม้สปรูซเข้าร่องลิ้น โดยมีโครงและฉนวนกันความร้อนอยู่ตรงกลาง
ทำให้สามารถตอบสนองรูปแบบและขนาดที่ต้องการได้

1.1.2 รุ่นเจาท์เซ่น (JOUTSEN)

เป็นห้องเซาว์น่าที่ใช้ไม้ตันเข้าร่องลิ้นและบากไม้โดยไม่ใช้ตะปูเลย แต่จะต้องถูกบังคับด้วย
ขนาดห้องสำเร็จที่นำเข้าโดยตรงจากฟินแลนด์

1.2 เซาว์น่ารุ่นนอกอาคาร (OUTDOOR SAUNA)
ปกติเป็นเซาว์น่าแบบเดียวกับเจาท์เซ่น แต่มีคาน พื้น โครงสร้างและหลังคาในตัว เหมาะกับการตั้งในสวน
หรือนอกอาคารโดยตรง

2. เครื่องเซาว์น่า เฮโล่/ลาเกอร์โฮม
1. ตัวเครื่องผลิตจากสแตนเลส ผ่านการเคลือบสีและอาบวานิชอีกครั้งหนึ่ง
ทำให้เงางามโดยเป็นสีมาตรฐานสีเดียว
2. มาตรฐานปกติของเปลือกเตา ชั้นนอกสามารถสัมผัสได้เหมือนกับ
ยี่ห้ออื่น
3. บรรจุหินเต็มหน้าตัดของเครื่องโดยกำหนดมาตรฐานจำนวนกิโลกรัม
ของหินที่ต้องใช้อย่างชัดเจน เพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่จะได้
มาตรฐาน F.S. ของฟินแลนด์
4. การทำงานมาตรฐานของเครื่องเซาว์น่าทุกยี่ห้อจะเป็นการที่ไฟฟ้าไหลผ่าน
ขดลวดแล้วแปลงเป็นความร้อน กระจายไปสะสมไว้ที่หินพิเศษ
PERDOTITE แล้วจึงกระจายมาทำความร้อนให้ห้องเซาว์น่า
ดังนั้นปริมาณหินยิ่งมากในขนาดเตารุ่นเดียวกัน จะช่วยให้อุณหภูมิ
ห้องเซาว์น่ามีความร้อนสม่ำเสมอตลอดระยะเวลาใช้งาน โดยช่วงปิด
เครื่องในแต่ละครั้งการใช้งานต้องเสียเวลาประมาณ 20-25 นาที
ในการอุ่นอุณหภูมิห้อง
5. มีแบบและรุ่นที่ต่างกันให้เลือกตามความเหมาะสมในการใช้งาน

 

 

 

6. ระบบความปลอดภัยจากเบรคเกอร์ของระบบผ่านชุดควบคุมซึ่งมี
เบรคเกอร์ทำหน้าที่เป็นเมนสวิทช์ด้วย, มีรีเลย์, ไทม์เมอร์สวิทช์,
สวิทช์ปรับตั้งอุณหภูมิ และฟิวล์พิเศษในตัวชุดควบคุม ภายในห้อง
เซาว์น่าจะมีเทอร์โมสแตทควบคุมอุณหภูมิตามที่ผู้ใช้ตั้งไว้โดยมี
ไมโครเทมป์เป็นตัวป้องกันเหตุผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น เช่น การโยน
วัสดุแปลกปลอมลงในเครื่อง เครื่องจะตัดไฟทั้งระบบเพื่อป้องกัน
เหตุผิดปกติ
7. ได้รับเครื่องหมายรับรองคุณภาพ F.S. ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรอง
คุณภาพชนิดเดียวที่ออกให้โดยสมาคมควบคุมคุณภาพการส่งออก
เซาว์น่าแห่งฟินแลนด์ โดยได้รับเครื่องหมายรับรองคุณภาพจาก
ประเทศอื่น ๆ ที่เป็นลูกค้ารายใหญ่ของฟินแลนด์ เช่น
 

FEMKO =       ฟินแลนด์
S =       สวีเดน
=       เดนมาร์ก
N =       นอร์เวย์
VDE =       เยอรมัน
OVE =       ออสเตรีย
SEV =       สวิสเซอร์แลนด์
KEMA =       เนเธอร์แลนด์
CSA  =       แคนาดา
UL =       สหรัฐอเมริกา


ทั้งนี้ไม่เคยรับผลการทดสอบที่เรียกว่า FINNISH SAUNA TEST
ที่มีการอ้างว่าจัดในประเทศฟินแลนด์ โดยมีการให้ดาวรับรองคุณภาพ
แก่เครื่องเซาว์น่าที่เข้ารับการ TEST เนื่องจากเป็นการจัดโดยบริษัท
เซาว์น่าหนึ่งในประเทศอื่นที่เพียงว่าจ้างช่างเทคนิคมาทำการทดสอบ
โดยไม่ได้เป็นองค์กรสากลที่นานาชาติยอมรับ หรือทำการเปรียบเทียบ
ตามมาตรฐานสากลที่ควรเป็น รวมทั้งไม่สามารถระบุว่าแต่ละดาวที่ให้
การรับรองนั้นเป็นเรื่องคุณภาพด้านใด
8. ชุดเซาว์น่าชุดแรกที่นำเข้าโดยตรงจากฟินแลนด์ตั้งแต่ปี 1980
ขณะนี้ยังใช้งานอยู่ประมาณกว่า 20 ปีก่อน
9. กลุ่มโรงงานพัฒนาเซาว์น่ามาแล้วประมาณ 90 ปี

3. ชุดควบคุม

อุปกรณ์ชุดควบคุมแยกส่วน (REMOTE CONTROL BOX) ซึ่งมี
เทอร์โมสแตท, รีเลย์สวิทช์ตั้งอุณหภูมิ, สวิทช์ไทม์เมอร์ปรับตั้งเวลา
ติดตั้งแยกส่วนนอกห้องเซาว์น่า นอกจากนี้ยังมีเซ็นเซอร์ฟิวล์สำหรับ
ป้องกันกรณีเกิดเหตุผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานไม่ถูกต้อง
จะตัดไฟจากวงจรโดยอัตโนมัติ

 

 

4. อุปกรณ์เครื่องใช้ในห้องเซาว์น่า

1. กระบวยตักน้ำ 2. เทอร์โมมิเตอร์ 3. ไฮโกรมิเตอร์
4. ที่แขวนเสื้อผ้า 5. แปรงขัดตัว  6. ถังน้ำ
7. ไฟเซาว์น่า 8. แลมเชด 9. ลิ้นประต
10. มือจับพิเศษ 11. ที่หนุนศีรษะ  12. แผ่นภาพการ์ตูนแนะนำการอาบเซาว์น่า
13. นาฬิกาทราย  14. น้ำยายูคาลิปตัส  


ระบบการทำงานของเซาว์น่า

เริ่มจากไฟฟ้าผ่านขดลวดในเตาเซาว์น่า ขดลวดกระจายความร้อนสู่
หินเซาว์น่า (PERIDOTITE) ซึ่งเป็นหินที่มีคุณสมบัติเฉพาะในการอบ
ความร้อนได้ถึง 4-500°C และไม่เกิดการแตกเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง
กระทันหันจากการราดน้ำลงบนหินที่กำลังร้อน ๆ
หินเซาว์น่าจะซับความร้อนและกระจายความร้อนสู่ตัวห้องจนถึงจุด
อุณหภูมิที่ต้องการ ปกติจะใช้เวลาในการวอร์มห้องครั้งแรกที่เปิดเครื่อง
แต่ละครั้งประมาณ 25 นาที
เมื่ออุณหภูมิถึงจุดที่ตั้งไว้เครื่องจะทำหน้าที่ตัดต่อโดยอัตโนมัติซึ่งจะสังเกตุ
ได้ว่าปริมาณหินซึ่งเป็นหัวใจของระบบการทำงาน หากยิ่งมากจะยิ่งทำให้
อุณหภูมิและการทำงานสม่ำเสมอยิ่งขึ้น

 

 

 

หัวใจหลักในการทำงานของเซาว์น่า

ความร้อนที่เหมาะสมเป็นหัวใจสำคัญของห้องเซาว์น่าที่ดีเพราะนอกจากจะมีผลต่อการอบเซาว์น่าแล้ว
ยังมีผลต่อส่วนรวมของความสมบูรณ์ของห้องเซาว์น่านั้น ๆ เอง หลักสำคัญของเซาว์น่าดังได้กล่าวมาแล้วไม่ใช่เพียง
เป็นการทำให้อากาศในห้องร้อน แต่เป็นผลจากการสะสมความร้อนในหินและโครงสร้างของวัสดุอื่น ๆ ในห้องด้วย
ดังนั้นถ้าห้องเซาว์น่าที่มีความร้อนไม่เหมาะสมผู้อบเซาว์น่าจะมีการเหงื่อออกที่ไม่พอเหมาะ ซึ่งผลดีต่อสุขภาพดังที่
ต้องการจะได้ผลเป็นส่วนน้อย
ในขณะเดียวกันเมื่อความร้อนที่สะสมอยู่ในหินถูกนำมาใช้เพื่ออุณหภูมิในห้องโดยการพรมน้ำ
หลาย ๆ ครั้ง จะไม่มีความร้อนเหลือพอจะไล่ความชื้นหลังการใช้ห้องเซาว์น่า ทำให้ห้องเซาว์น่ามีโอกาสผุได้
ซึ่งเป็นความแตกต่างที่สำคัญของห้องเซาว์น่าที่มีความร้อนที่เหมาะสมสมบูรณ์กับห้องเซาว์น่าที่มีความร้อนไม่สมบูรณ์
เพราะห้องที่สมบูรณ์ความร้อนของหินในเตาหลังการใช้จะไล่ความชื้นในห้องได้จนหมด จะไม่มีการผุของไม้เกิดขึ้นเลย

วิธีการอบเซาว์น่า

                   เมื่ออุณหภูมิในห้องถึงจุดที่ตั้งไว้ (แนะนำเริ่มต้นที่ 70-80°C) ผู้ใช้ห้องเซาว์น่าก็เข้าอบโดยนั่งหรือ
นอนเพื่อให้ความร้อนไล่เหงื่อให้ผู้อบ ซึ่งผู้อบไม่ต้องฝืนทนกับความร้อน  ความร้อนแห้งพิเศษในห้องเซาว์น่าจะช่วยให้
รูขุมขนเปิดพร้อมขับเหงื่อออกมา และเดียวกันโลหิตในร่างกายจะหมุนเวียนเร็วขึ้น ทำให้อ๊อกซิเจนส่วนเพิ่มไปเลี้ยง
ร่างกาย เมื่อรู้สึกว่าเหงื่อออกพอก็ออกมาเพื่ออาบน้ำเย็น เป็นการลดอุณหภูมิ กระชับรูขุมขนให้ปิด โดยสามารถอบซ้ำ
ได้อีก 1-2 ครั้ง ตามต้องการ
หลังการอบเซาว์น่าควรดื่มน้ำหรือน้ำผลไม้เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป

 

ประโยชน์ในการอบเซาว์น่า

ต่อสุขภาพ
ช่วยให้การหมุนเวียนของโลหิตดีขึ้น ขณะเดียวกันกล้ามเนื้อก็ได้มีการขยายและหดตัวเสมือน
การออกกำลังกาย แต่หัวใจไม่ต้องหักโหมเหมือนการออกกำลังกายจริง ๆ ทำให้เสริมสุขภาพให้แข็งแรง ซึ่งในปัจจุบัน
เป็นที่ยอมรับในการใช้เป็นสิ่งทดแทนการออกกำลังกายตามปกติ

ด้านจิตใจ
เมื่อสุขภาพดีขึ้น ประกอบกับรู้สึกสะอาดเป็นพิเศษหลังการอบเซาว์น่า สุขภาพจิตย่อมดีตามไปด้วย
ทำให้สดชื่น แจ่มใส

ด้านความงาม
ทำให้ผิวหนังสะอาดดีกว่าการทำความสะอาดแบบอื่นใด รวมทั้งทำให้ผิวเนียนเต่งตึงขึ้น ซึ่งเป็น
สุดปรารถนาของคุณสุภาพสตรี

ด้านสังคม
เซาว์น่าสามารถใช้เป็นมุมต้อนรับสหายหรือพบปะสังสรรค์กับบุคคลที่คุณจัดว่าเป็นบุคคลพิเศษ
หรือในโอกาสพิเศษได้เป็นอย่างดี
บรรยากาศข้างต้นทั้งหมดเป็นส่วนประกอบของการอบเซาว์น่า ถ้าขาดส่วนหนึ่งส่วนใดไปจะไม่ถือว่า
เป็นการอบเซาว์น่า แต่จะกลายเป็นความร้อนที่ทารุณแทนบรรยากาศที่สนุกสนานของเซาว์น่า

จากข้อมูลข้างต้น การเลือกหรือตัดสินใจซื้อเซาว์น่าต้องคำนึงถึง
-วัสดุตัวห้องและรายละเอียด
-วัสดุเครื่องคุณภาพและคุณสมบัติเครื่อง
-บริการหลังการขายและความน่าเชื่อถือ
-งบประมาณหรือราคาที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับข้อจำกัดข้างต้น